ธุรกิจภาคใต้
สัมปทาน 'โพธิ์ทอง' สุดชุ่ยไม่ระบุเงื่อนไขมาตรฐานบริการ
เปิดใบอนุญาตเดินรถโพธิ์ทอง ยึด 2 สายหลัก หาดใหญ่ สงขลา พบทั้ง 2 สาย นาย ทะเบียน ไม่ได้ระบุเงื่อนไขเรื่องมาตรฐานบริการ ให้ "โพธิ์ทอง" ปฏิบัติ กรรมการควบคุมการขนส่งฯ เต้น ต่อไปต้องเพิ่มเงื่อนไขเรื่องความปลอดภัยด้วย
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือเลขที่ 1/ 2551 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ลงนามโดยนายประสาน สุขใส บรรณาธิการอำนวย การหนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ ถึงผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา ขอเอกสาร สัญญาสัมปทานของบริษัทโพธิ์ขนส่ง (2505) จำกัด โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา ได้มอบเอกสารใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง
ด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ออกโดยกรมการขนส่งทางบก จากการตรวจสอบพบว่า
บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 82 ถนนโชติวิทยะกุล 2 ตำบลคอหงส์
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับใบอนุญาตเดินรถโดยสาร 2 เส้นทาง
เส้นทางแรก คือ หาดใหญ่ - สงขลา ซึ่งเป็นเส้นทางที่บริษัท โพธิ์ทองขนส่ง (2505)
จำกัด ได้รับอนุญาตให้เดินรถโดยสาร มาตั้งแต่ปี 2505 และได้รับใบอนุญาตเดินรถต่อ
เนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ใบอนุญาตที่ได้รับครั้งล่าสุด เลขที่ สข. 0001/2547 ลงวันที่ 10
มีนาคม 2547 ลงนามโดยนายโยธิน ประสพสุขโชค ในฐานะนายทะเบียน
ในใบอนุญาตฉบับดังกล่าวระบุว่า บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ได้รับสิทธิ
ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทาง หาดใหญ่ - สงขลา หมวด 4 สายที่ 1871 มีอายุ 7 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2547 วันที่ 9 มีนาคม 2554 โดยได้ชำระค่าธรรมเนียม
จำนวน 7,000 บาท ตามใบเสร็จเล่มที่ 31 ก. 390729 เลขที่ 47/291 ออกให้ ณ วันที่
10 มีนาคม 2547
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขหลังใบอนุญาตระบุให้บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ต้องมีรถ
อย่างน้อย 121 คัน อย่างมาก 171 คัน รวมทั้งต้องมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในรถที่
ใช้ขนส่ง ต้องใช้รถมาตรฐาน 2 (จ) (รถตู้ปรับอากาศ) 26-31คัน รถมาตรฐาน 3 (ข)
(รถบัส) 35-49 คัน มาตรฐาน 3 (ฉ) (รถโดยสารสองแถว) 60-85 คัน
ใช้สีตัวถังรถเขียว-ขาว และต้องใช้เครื่องหมายตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็น เครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน ที่ด้านนอกตัวถังรถทั้งสองข้าง
รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคัน ต้องมีจำนวนที่นั่ง หรือที่สำหรับผู้โดยสารยืน ตามที่ กรมการขนส่งทางกำหนด และวิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด รถที่นำมาใช้ขนส่งจะต้องมีผู้ประจำรถอย่างน้อย คนขับ 1 คน ต่อรถ 1 คัน ผู้เก็บค่าโดยสาร หรือผู้บริการ 1 คน ต่อรถ 1 คัน นายตรวจ 1 คน ต่อรถ 1 คัน
ในเงื่อนไขหลังใบอนุญาตยังระบุสถานที่เก็บรถ สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถ ตั้งอยู่ เลขที่โฉนด 75156 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เป็นที่น่าสังเกตว่า เงื่อนไขหลังใบอนุญาต (6) เรื่องมาตรฐานบริการ กลับไม่มีราย ละเอียดของมาตรฐานที่บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ต้องปฏิบัติ ขณะที่ (7) ระยะ เวลาทำงานประจำวัน ที่ไม่มีการระบุไว้แต่อย่างใด เช่นเดียวกับ (9) เงื่อนไขอื่น ก็ไม่มีการระบุข้อความใดๆ ไว้
เส้นทางที่ 2 คือ หาดใหญ-บ้านคลองแห- สงขลา ซึ่งเป็นเส้นทางที่บริษัท โพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ได้รับใบอนุญาตครั้งล่าสุด เลขที่ สข. 5/2550 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ลงนามโดยนางโรจนา อรุณสกุล นายทะเบียนประจำจังหวัดสงขลา ทำการแทนนายทะเบียนกลาง
ในใบอนุญาตฉบับดังกล่าวระบุว่า บริษัท โพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ได้รับสิทธิ
ประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางหาดใหญ่ - สงขลา หมวด 4 สายที่ 8296 มีอายุ 7 ปี นับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2550 - วันที่ 29 เมษายน 2557 โดยได้ชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 7,000 บาท ตามใบเสร็จเล่มที่ 10 ก. 538257 เลขที่ 51000009 ออกให้ ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2550
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขหลังใบอนุญาตระบุให้บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ต้องมีรถ อย่างน้อย 21 คัน อย่างมาก 35 คัน รวมทั้งต้องมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในรถที่ใช้ ขนส่ง ต้องใช้รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 ไม่เกิน 20 ที่นั่ง ไม่มีที่ยืน (รถตู้) 18-30 คัน รถ โดยสารไม่มีเครื่องปรับอากาศ 3-5 คัน สีตัวถังรถ เขียว - ขาว -เหลือง และต้องใช้ เครื่องหมายตามแบบที่แนบท้ายใบอนุญาตเป็นเครื่องหมายที่ต้องให้ปรากฏประจำรถทุกคัน ที่ด้านนอกตัวถังรถทั้งสองข้าง
รถที่นำมาใช้ในการขนส่งแต่ละคัน ต้องมีจำนวนที่นั่ง หรือที่สำหรับผู้โดยสารยืน ตามที่ กรมการขนส่งทางกำหนด และวิธีการบรรทุกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด
รถที่นำมาใช้ขนส่งจะต้องมีผู้ประจำรถอย่างน้อย คนขับ 1 คน ต่อรถ 1 คัน ผู้เก็บค่า โดยสาร หรือผู้บริการ 1 คน ต่อรถ 1 คัน นายตรวจ 1 คน ต่อรถ 1 คัน และต้องเปิดทำงาน ประจำวัน ที่สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา ตั้งแต่ 08.30 น.-16.30 น. เป็นอย่าง น้อย เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ
ในเงื่อนไขหลังใบอนุญาตระบุสถานที่เก็บรถ สถานที่ซ่อมและบำรุงรักษารถว่า ราย ละเอียดตามเอกสารแนบ และ (9) เงื่อนไขอื่น กำหนดให้จำนวนผู้ประจำรถ (ขับรถ) ใน รอบยี่สิบสี่ชั่วโมง ให้ผู้ขับรถ 1 คน ขับรถติดต่อกันไม่เกินสี่ชั่วโมง เว้นแต่ได้พักติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อีกไม่เกินสี่ชั่วโมงติดต่อกัน
เป็นที่น่าสังเกตว่า เงื่อนไขหลังใบอนุญาต (6) เรื่องมาตรฐานบริการ กลับไม่มีราย ละเอียดของมาตรฐานที่บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505 จำกัด ต้องปฏิบัติ
ทั้งนี้ หลังใบอนุญาตทั้ง 2 เส้นทาง ยังปรากฏเอกสารคำเตือนอีก 12 ข้อ โดยคำเตือนที่ ระบุ บทลงโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต คือ (1) ความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังใบอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก
ข้อน่าสังเกต ก็คือ ผู้ได้รับอนุญาตเดินรถโดยสารทั่วไป มักจะนำรถร่วมเข้ามาให้บริการ
โดยทางผู้ได้รับอนุญาตไม่ได้เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในตัวรถ โดยเฉพาะบริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด มีรถมาตรฐาน 3 (ข) (รถบัส) ที่เป็นของบริษัทฯ ใช้บริการรับส่งผู้โดยสารเพียง 2 คัน ที่เหลือเป็นรถร่วม ขณะที่รถมาตรฐาน 2 (จ) (รถตู้ปรับอากาศ) และรถมาตรฐาน 3 (ฉ) (รถโดยสารสองแถว) เป็นรถร่วมทั้งหมด โดยไม่มีรถในกรรมสิทธิของบริษัทฯ มาให้บริการรับส่งผู้โดยสารแต่อย่างใด
ข้อพิจารณา ก็คือ การนำรถร่วมที่ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิของผู้ได้รับอนุญาต เข้าข่ายทำผิด เงื่อนไขหลังใบอนุญาต (2) ที่ระบุไว้ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ต้องมีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในรถที่ใช้ในการขนส่งหรือไม่
นายเดชา วุฒิวรวนิชย์ รองผู้อำนวยการแขวงการทางสงขลา ในฐานะคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า อุบัติเหตุรถโพธิ์ทองยางระเบิดเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตนคาใจตรงที่ว่า แรงระเบิดไม่น่าจะทำให้พื้นเหล็กตัวถังทะลุเป็นช่องขนาดทำให้ผู้โดยสารตกลงไปเสียชีวิตได้
นายเดโช กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการพิจารณาต่อใบอนุญาตนั้น ทางคณะกรรมการ ควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 20 พระราชบัญญัติการ ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ความว่า ให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ภายในเขตจังหวัด และมีอำนาจดังนี้ (1) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทาง (2) กำหนดจำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งไม่ประจำทาง (3) กำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่ง และจำนวนรถสำหรับการขนส่งโดยรถขนานเล็ก (4) กำหนดอัตราค่าขนส่ง และค่าบริการอย่างอื่นในการขนส่ง (5) ปฎิบัติการอื่นตามที่บัญญัติ และตามมติคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบกและคณะกรรมการควบคุมทางบกกลาง
นายเดชา กล่าวอีกว่า คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด จะพิจารณา
ในภาพรวม เน้นประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับเป็นหลัก ส่วนเรื่องการตรวจสภาพรถที่นำมาใช้บริการ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัด ในการขอต่อใบอนุญาตประกอบการครั้งต่อไป ตนเห็นว่าคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด ต้องกำหนดมาตรการเรื่องความปลอดภัยเพิ่มเข้าไปด้วยกรมการขนส่ง
ทางบก กำหนดเอาไว้ให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขและหากไม่ปฎิบัติตาม
หรือทำผิดเงื่อนไขในข้อใดข้อหนี่ง นายทะเบียนมีสิทธิ์ยกเลิกใบอนุญาตได้ ข้อน่าสังเกต คือ ทำไมถึงไม่ได้ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรฐานบริการเอาไว้ ให้ผู้ได้รับอนุญาตปฎิบัติ นายเดชา กล่าวนายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีนครสงขลา ในฐานะคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของขนส่งจังหวัดที่ต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะ ส่วนตัวคิดว่า ท้องถิ่นควรจะร่วมมือกันทำรถโดยสารสาธารณะแข่งกับเอกชน เพื่อจะได้เป็นทางเลือกของประชาชนผู้ใช้บริการ หรืออาจจะรื้อฟื้นการขนส่งทางรถไฟกลับมาอีกครั้งก็ได้
คณะกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัด จะพิจารณาภาพรวมมากกว่าลงรายละเอียด
เพราะการดูรายละเอียด เป็นหน้าที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัด ถ้าให้พูดในฐานะนายก
เทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา กรมการขนส่งทางบกน่าจะกำหนดอายุรถโดยสารสาธารณะไว้ที่ 15 ปี นายอุทิศกล่าว