ธุรกิจภาคใต้
เปิดแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจหอการค้าดันภาคใต้ขึ้นชั้นระดับโลก
ความขัดแย้งทางการเมืองที่โหมกระหน่ำมานานกว่า 4 ปี ทำให้ภาคเศรษฐกิจของไทยหยุดชะงัก หอการค้าไทยจึงทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจประเทศไทย เสนอต่อรัฐบาลเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
6ยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจชาติ
สำหรับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ แผนพัฒนาธุรกิจหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรและอาหาร สิ่งทอ อัญมณี อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง การค้าชายแดน บริการสุขภาพ การท่องเที่ยว และแผนพัฒนา 18 กลุ่มภูมิภาค
ทั้ง 2 แผนจะบูรณาการให้ภูมิภาคต่างๆ พัฒนาธุรกิจที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ผ่านคณะกรรมการธุรกิจ และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัด ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.
การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ 4.การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล 5.รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต 6.การป้องกันและเฝ้าระวังปัญหา
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ประกอบด้วย แผนงานย่อย 5 แผน ได้แก่ แผนงานที่ 1 แผนการปรับโครงสร้างผลิตโดยส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและวัตถุดิบ จัดทำแผนพื้นที่เพาะปลูกภาคการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ สร้างเครือข่ายคลัสเตอร์ให้มีศักยภาพในการแข่งขันรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
จัดทำแผนใช้น้ำทั่วประเทศ สนับสนุนการลงทุนในกลุ่มอาเซียน พัฒนาการผลิตป้อนสินค้าชั้นกลางสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบต้นทุนต่ำจากต่างประเทศ ร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน โดยวางเป้าหมายให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี รวมทั้งต้องสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าทั้งเกษตร อุตสาหกรรม
บริการให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใน 2 - 5 ปี
หนุนใช้เงินสกุลอื่นแทนดอลลาร์
แผนงานที่ 2 การปรับโครงสร้างสินค้า โดยเพิ่มความสำคัญให้กับตลาดในประเทศ ขยายการส่งออกไปยั
งตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยง ส่งเสริมการใช้เงินสกุลอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดแรงกดดันด้านค่าเงิน ผลักดันให้ใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ อย่างเต็มที่ ใช้ช่องทาง ACD ในการขยายตลาด สร้างมาตรฐานการนำเข้าสินค้า เพื่อชะลอสินค้าจากต่างประเทศที่จะเข้ามาแข่งขัน
ต้องส่งเสริมการค้าชายแดนให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายอดการค้าชายแดนที่ผ่านศุลกากรอย่างถูกต้อง มีมูลค่ากว่า 7.1 แสนล้านบาท แต่ถ้ารวมยอดการค้าทั้งหมดจะมีมูลค่าเกือบ 1.5 ล้านล้านบาท ถ้าส่งเสริมเต็มที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 30%
แผนงานที่ 3 ปรับโครงสร้างการเงิน โดยรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้ไปในทิศทางเดียวกับประเทศคู่แข่ง ลดอุปสรรคการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนไทย และออกสินเชื่อเฉพาะธุรกิจรายสาขา หรือตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เปิดให้ตีความกฎหมาย เพื่อปิดช่องว่างการคอร์รัปชั่น
แผนงานที่ 4 ปรับปรุงโครงสร้างการใช้พลังงาน โดยส่งเสริมเครื่องจักรที่ใช้พลังงานทดแทน จัดหาวัตถุดิบพลังงานให้เพียงพอกับการผลิต และผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ตั้งศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค
แผนงานที่ 5 ปรับโครงสร้างโลจิสติกส์ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศจาก 19% เหลือ 15% ของจีดีพี ภายในปี 2555 ซึ่งภาครัฐต้องเร่งเชื่อมโยงถนน รถไฟ และเรือระหว่างแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ส่งเสริมการขนส่งทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา จัดตั้งศูนย์กลางขนส่งและกระจายสินค้าเพื่อส่งออกในจุดสำคัญ เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เป็นต้น เร่งจัดทำรถไฟรางคู่ในเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านการผลิต การค้า บริการ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแหลมฉบัง ตลอดจนพัฒนาการบริหารจัดการรถไฟให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน หรือบริหารจัดการด้านการเดินรถไฟ และพัฒนาเส้นทางรถไฟสงขลาไปสตูล ในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้
ส่งเสริมให้มีกองเรือสัญชาติไทย สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันและอ่าวไทย สร้างคลั งสินค้าบริเวณชุมทางและศูนย์กลางการขนส่ง สร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันเป็นประตูการค้าสู่อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป สร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาการขนส่งทางแม่น้ำโขง
ตั้งมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหาร
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 6 แผนงาน ได้แก่
แผนงานที่ 1 ศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยผลักดันให้ใช้นวัตกรรมและงานวิจัยในสถานประกอบการ
แผนงานที่ 2 ส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยมี Export Insurance ให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าสนับสนุน การสนับสนุนเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอี ลดระยะขั้นตอนการโอนเงินระหว่างประเทศ และผ่อนปรนเงื่อนไขการฝากเงินตราต่างประเทศ
แผนงานที่ 3 สร้างโอกาสรุกตลาดใหม่ โดยภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันจัดทำแผนงานที่ชัดเจนในการค้าขายในตลาดใหม่ สร้าง Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติ
แผนงานที่ 4 สร้างโอกาสรักษาตลาดเก่า โดยจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศที่มีศักยภาพ และสร้างแบรนด์ไทยคู่กับการสร้างตลาด
แผนงานที่ 5 สร้างมาตรฐาน และความเชื่อมั่นในการตรวจสอบมาตรฐานของไทย สร้างมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อาหาร ตรวจสอบการผลิตสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยปรับปรุงให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ
แผนงานที่ 6 สร้างพันธมิตรทางการค้าและการลงทุน โดยสร้างกิจกรรมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน รวมทั้งสร้างสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อการค้าและการลงทุน
ปรับหลักสูตรผลิตบัณฑิตรับสากล
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ ประกอบด้วย 3 แผนงาน ได้แก่
แผนงานที่ 1 ผลักดันคุณภาพมาตรฐานบัณฑิต โดยการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบมาตรฐานบัณฑิต และสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มทักษะวิชาชีพ และสร้างแรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ
แผนงานที่ 2 สร้างฐานข้อมูลเชิงลึกสำหรับการวางแผน สร้างฐานข้อมูลด้านการผลิต การค้า การลงทุน การตลาด และกลยุทธ์ของประเทศต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
แผนงานที่ 3 สร้างความชำนาญและทักษะเฉพาะสำหรับแรงงาน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยสร้างจิตสำนึกเยาวชนให้มีจริยธรรมและธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้ตรวจสอบประเมินผลงานของภาครัฐและเอกชน
ยุทธศาสตร์ที่ 5 รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต โดยประเมินมลพิษของอุตสาหกรรมโดยหน่วยงานกลางที่รัฐและเอกชนเห็นชอบร่วมกัน ต้องลงโทษอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษอย่างจริงจังและรุนแรง ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชนในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ 6 ป้องกันและเฝ้าระวัง โดยตั้งหน่วยงานติดตามภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างมาตรการรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ในส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด หอการค้าไทยแบ่งประเทศไทยออกเป็น 18 กลุ่มภูมิภาค เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่
ดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางประชุมระดับโลก
สำหรับภาคใต้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคใต้ชายแดน
ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี มุ่งที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการผลิต แปรรูป และส่งออกผลิตภัณฑ์จากยางพารา น้ำมันปาล์ม ไบโอดีเซล และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่า จีพีพี ภาคเกษตรให้ได้ 5% ต่อปี มีมูลค่าการลงทุนในกิจการแปรรูปผลผลิตการเกษตรเป็นพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีรายได้จากการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 8% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพี ภาคการค้า บริการ ขนส่งเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี
ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และระนอง เน้นพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก เป็นศูนย์กลางธุรกิจการจัดประชุมสัมมนา หรือ MICE ของประเทศ โดยตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 8% ต่อปี มีมูลค่าการลงทุนในธุรกิจ MICE เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพีภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพีภาคการค้า บริการ ขนส่ง เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี
ภาคใต้ชายแดน ประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล เน้นพัฒนาสู่ฐานการผลิตและแปรรูปยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาลส่งออก และประตูเศรษฐกิจสู่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
แผนทั้งหมดหอการค้าไทยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถ้าแผนไหนตรงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 แต่ยังเดินหน้าได้ช้า จะเสนอผ่าน กรอ. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ถ้าแผนใดภาคเอกชนทำได้เอง จะดำเนินการทันที แผนที่ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ที่ภาคเอกชนทำเองไม่ได้ จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ถ้าเห็นชอบจะดำเนินการร่วมกัน