หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ : Focus Paktai - new

ธุรกิจภาคใต้

เปิดแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจหอการค้าดันภาคใต้ขึ้นชั้นระดับโลก

by Focus Team @23 ม.ค. 53 12.29 | Tags : ธุรกิจภาคใต้ , ภาคใต้

ความขัดแย้งทางการเมืองที่โหมกระหน่ำมานานกว่า 4 ปี ทำให้ภาคเศรษฐกิจของไทยหยุดชะงัก หอการค้าไทยจึงทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจประเทศไทย เสนอต่อรัฐบาลเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

6ยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจชาติ

สำหรับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ แผนพัฒนาธุรกิจหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรและอาหาร สิ่งทอ อัญมณี อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง การค้าชายแดน บริการสุขภาพ การท่องเที่ยว และแผนพัฒนา 18 กลุ่มภูมิภาค

ทั้ง 2 แผนจะบูรณาการให้ภูมิภาคต่างๆ พัฒนาธุรกิจที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ผ่านคณะกรรมการธุรกิจ และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัด ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3. การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ 4.การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล 5.รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต 6.การป้องกันและเฝ้าระวังปัญหา

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ประกอบด้วย  แผนงานย่อย 5 แผน ได้แก่ แผนงานที่ 1 แผนการปรับโครงสร้างผลิตโดยส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและวัตถุดิบ จัดทำแผนพื้นที่เพาะปลูกภาคการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ สร้างเครือข่ายคลัสเตอร์ให้มีศักยภาพในการแข่งขันรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

จัดทำแผนใช้น้ำทั่วประเทศ สนับสนุนการลงทุนในกลุ่มอาเซียน พัฒนาการผลิตป้อนสินค้าชั้นกลางสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการจัดหาวัตถุดิบต้นทุนต่ำจากต่างประเทศ ร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน โดยวางเป้าหมายให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี รวมทั้งต้องสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าทั้งเกษตร อุตสาหกรรม
บริการให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใน 2 - 5 ปี

หนุนใช้เงินสกุลอื่นแทนดอลลาร์

แผนงานที่ 2 การปรับโครงสร้างสินค้า โดยเพิ่มความสำคัญให้กับตลาดในประเทศ ขยายการส่งออกไปยั งตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยง ส่งเสริมการใช้เงินสกุลอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดแรงกดดันด้านค่าเงิน ผลักดันให้ใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ อย่างเต็มที่ ใช้ช่องทาง ACD ในการขยายตลาด สร้างมาตรฐานการนำเข้าสินค้า เพื่อชะลอสินค้าจากต่างประเทศที่จะเข้ามาแข่งขัน

ต้องส่งเสริมการค้าชายแดนให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายอดการค้าชายแดนที่ผ่านศุลกากรอย่างถูกต้อง มีมูลค่ากว่า 7.1 แสนล้านบาท แต่ถ้ารวมยอดการค้าทั้งหมดจะมีมูลค่าเกือบ 1.5 ล้านล้านบาท ถ้าส่งเสริมเต็มที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 30%

แผนงานที่ 3 ปรับโครงสร้างการเงิน โดยรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้ไปในทิศทางเดียวกับประเทศคู่แข่ง ลดอุปสรรคการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนไทย และออกสินเชื่อเฉพาะธุรกิจรายสาขา หรือตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่เปิดให้ตีความกฎหมาย เพื่อปิดช่องว่างการคอร์รัปชั่น

แผนงานที่ 4 ปรับปรุงโครงสร้างการใช้พลังงาน โดยส่งเสริมเครื่องจักรที่ใช้พลังงานทดแทน จัดหาวัตถุดิบพลังงานให้เพียงพอกับการผลิต และผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ตั้งศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค

แผนงานที่ 5 ปรับโครงสร้างโลจิสติกส์ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศจาก 19% เหลือ 15% ของจีดีพี ภายในปี 2555 ซึ่งภาครัฐต้องเร่งเชื่อมโยงถนน รถไฟ และเรือระหว่างแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ส่งเสริมการขนส่งทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา จัดตั้งศูนย์กลางขนส่งและกระจายสินค้าเพื่อส่งออกในจุดสำคัญ เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เป็นต้น เร่งจัดทำรถไฟรางคู่ในเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านการผลิต การค้า บริการ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแหลมฉบัง ตลอดจนพัฒนาการบริหารจัดการรถไฟให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน หรือบริหารจัดการด้านการเดินรถไฟ และพัฒนาเส้นทางรถไฟสงขลาไปสตูล ในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้

ส่งเสริมให้มีกองเรือสัญชาติไทย สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันและอ่าวไทย สร้างคลั งสินค้าบริเวณชุมทางและศูนย์กลางการขนส่ง สร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันเป็นประตูการค้าสู่อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป สร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพัฒนาการขนส่งทางแม่น้ำโขง

ตั้งมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหาร

ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 6 แผนงาน ได้แก่

แผนงานที่ 1 ศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยผลักดันให้ใช้นวัตกรรมและงานวิจัยในสถานประกอบการ

แผนงานที่ 2 ส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยมี Export Insurance ให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าสนับสนุน การสนับสนุนเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอี ลดระยะขั้นตอนการโอนเงินระหว่างประเทศ และผ่อนปรนเงื่อนไขการฝากเงินตราต่างประเทศ

แผนงานที่ 3 สร้างโอกาสรุกตลาดใหม่ โดยภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันจัดทำแผนงานที่ชัดเจนในการค้าขายในตลาดใหม่ สร้าง Business Matching ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติ

แผนงานที่ 4 สร้างโอกาสรักษาตลาดเก่า โดยจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศที่มีศักยภาพ และสร้างแบรนด์ไทยคู่กับการสร้างตลาด

แผนงานที่ 5 สร้างมาตรฐาน และความเชื่อมั่นในการตรวจสอบมาตรฐานของไทย สร้างมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อาหาร ตรวจสอบการผลิตสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยปรับปรุงให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ

แผนงานที่ 6 สร้างพันธมิตรทางการค้าและการลงทุน โดยสร้างกิจกรรมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน รวมทั้งสร้างสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อการค้าและการลงทุน

ปรับหลักสูตรผลิตบัณฑิตรับสากล

ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ ประกอบด้วย 3 แผนงาน ได้แก่

แผนงานที่ 1 ผลักดันคุณภาพมาตรฐานบัณฑิต โดยการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบมาตรฐานบัณฑิต และสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มทักษะวิชาชีพ และสร้างแรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ

แผนงานที่ 2 สร้างฐานข้อมูลเชิงลึกสำหรับการวางแผน สร้างฐานข้อมูลด้านการผลิต การค้า การลงทุน การตลาด และกลยุทธ์ของประเทศต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

แผนงานที่ 3 สร้างความชำนาญและทักษะเฉพาะสำหรับแรงงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยสร้างจิตสำนึกเยาวชนให้มีจริยธรรมและธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้ตรวจสอบประเมินผลงานของภาครัฐและเอกชน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 รักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต โดยประเมินมลพิษของอุตสาหกรรมโดยหน่วยงานกลางที่รัฐและเอกชนเห็นชอบร่วมกัน ต้องลงโทษอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษอย่างจริงจังและรุนแรง ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชนในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 6 ป้องกันและเฝ้าระวัง โดยตั้งหน่วยงานติดตามภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างมาตรการรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ในส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด หอการค้าไทยแบ่งประเทศไทยออกเป็น 18 กลุ่มภูมิภาค เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่

ดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางประชุมระดับโลก

สำหรับภาคใต้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคใต้ชายแดน

ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และสุราษฎร์ธานี มุ่งที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการผลิต แปรรูป และส่งออกผลิตภัณฑ์จากยางพารา น้ำมันปาล์ม ไบโอดีเซล และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่า จีพีพี ภาคเกษตรให้ได้ 5% ต่อปี มีมูลค่าการลงทุนในกิจการแปรรูปผลผลิตการเกษตรเป็นพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีรายได้จากการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น 8% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพี ภาคการค้า บริการ ขนส่งเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี

ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต และระนอง เน้นพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก เป็นศูนย์กลางธุรกิจการจัดประชุมสัมมนา หรือ MICE ของประเทศ โดยตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 8% ต่อปี มีมูลค่าการลงทุนในธุรกิจ MICE เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพีภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี มีมูลค่าจีพีพีภาคการค้า บริการ ขนส่ง เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี

ภาคใต้ชายแดน ประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล เน้นพัฒนาสู่ฐานการผลิตและแปรรูปยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาลส่งออก และประตูเศรษฐกิจสู่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

แผนทั้งหมดหอการค้าไทยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถ้าแผนไหนตรงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 แต่ยังเดินหน้าได้ช้า จะเสนอผ่าน กรอ. ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ถ้าแผนใดภาคเอกชนทำได้เอง จะดำเนินการทันที แผนที่ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ที่ภาคเอกชนทำเองไม่ได้ จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ถ้าเห็นชอบจะดำเนินการร่วมกัน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

« 1285
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง